Montache's profileWindows Live SpacesPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 23

    Everybody has blue days : ทุกคนก็มีวันเศร้าๆ ด้วยกันทั้งนั้น

    ทุกคนก็มีวันเศร้าๆ ด้วยกันทั้งนั้น

    Everybody has blue days

     

    วันที่คุณรู้สึกห่อเหี่ยว

    These are miserable days when you feel lousy,

     

    Lonely...

    เดียวดาย...

     

    วันที่คุณรู้สึกตัวเล็กกระจ้อย ไม่มีใครเห็นความสำคัญ

    Days when you feel small and insignificant.

     

    อะไร ๆ มันดูไกลเกินเอื้อมไปหมด

    When everything seems just out of reach.

     

    วันแย่ๆ ที่คุณรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในห้วงมหาสมุทรแห่งความเศร้า

    On blue days you feel like you are floating in an ocean of sadness.

     

    พร้อมที่จะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ ไม่รู้ทำไม

    You are about to burst into tears at any moment and

    you don’t even know why.

     

    บางทีอาจเป็นเพราะการงานเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม

    Maybe work is a pain in the butt.

     

    รู้สึกกดดันที่ต้องสวมบทบาทแทนคนอื่นอยู่ร่ำไป

    You are under major pressure to fill some one else’s shoes.

     

    เจ้านายคอยแต่จับจ้อง

    Your boss is picking on you,

     

    ทุกคนในออฟฟิศกำลังบีบให้คุณเป็นบ้า ......

    and everyone in the office is driving you crazy.

     

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม คุณปักใจเชื่อแล้วว่าพระผู้เป็นเจ้าต้องไม่ชอบหน้าคุณแน่ๆ

    Whatever the reason, you’re convinced that

     someone up there doesn’t like you.

     

    แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีเนี้ย?

    Oh what to do, what to dooo?

     

    ถ้าคุณเป็นอย่างชาวบ้านเขา คุณก็จะหนีไปหาที่กำบัง คิดว่าเดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเองแหละ

    Well, if you’re like most people, you’ll hide be hide

    a flimsy belief that everything will sort itself out.

     

    จากนั้นคุณก็จะใช้ชีวิตที่เหลือเมียงๆ มองๆ รอให้ทุกอย่างมันผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    Then you’ll spend the rest of your life looking over your

    shoulder, Waiting for everything to go wrong all over again.

     

    ใครจะรู้ อาจมีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่ที่มุมไหนสักมุมหนึ่ง

    Who knows what fantastic things are in store just around the corner?

     

    ไม่แน่ สุดท้ายคุณอาจจะมีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุขก็ได้นะ

    Hey, you might end up fabulously rich.

     

    แล้วทำยังไงถึงจะมีความสุข เหมือนได้แช่ในอ่างที่มีฟองสบู่อุ่นๆ อย่างนั้นได้ล่ะ?

    So how can you find that blissful “just sliding into

    a hot bubble bath” kind of feeling?

     

    ก่อนอื่น คุณต้องหยุดวิ่งหนี ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาแล้ว

    First, stop slinking away from all those nagging issues.

    It’s time to face the music.

     

    เอาล่ะ ! จากนั้นก็ปล่อยตัวตามสบายและหายใจลึกๆ

    Now, just relax. Take some deep breaths.

     

    ยอมรับความจริงว่า ต้องปล่อยวางเรื่องหนักอกไปซะบ้าง

    Accept the fact that you’ll have to let go of some emotional baggage.

     

    มีกีฬาสนุกๆ ให้เล่นอีกเยอะแยะ

    There are games to play,

     

    โยคะก็ดีนะ

    and yoga,

     

    หรือจะร้องคาราโอเกะ

    and karaoke,

     

    หรือไม่ก็ออกไปเดินเล่นพักผ่อนสมอง

    or go for a walk to clear your head.

     

    บางทีคุณอาจเป็นคนผิดก็ได้ ไม่ยากหรอกที่จะพูดว่า ขอโทษนะ

    (ยังไม่สายเกินไปที่จะพูดคำนี้)

    Maybe you’re actually the one at fault. If that’s the case, be big enough to say you’re sorry (it’s never too late to do this)

     

    หากคนอื่นเป็นฝ่ายผิด ก็จงลุกขึ้นและบอกไปเลยว่า ทำอย่างนี้ไม่ถูก

     ฉันจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว!” ลองใช้ไม้แข็งบ้างก็ดี

    If someone else is doing the wrong thing, stand up tall and say,

    “That’s not right and I won’t stand for it!” It’s okay to be forceful.

     

    จงภูมิใจในตัวเอง

    Be proud of who you are,

     

    จงใช้ชีวิตเหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้าย เพราะวันหนึ่งมันต้องมาถึงแน่ๆ

    Live every day as if it were your last,

    because one day it will be.

     

    ลองเสี่ยงดูสักตั้ง

    Take big risks.

     

    อย่ามัวแต่จดๆ จ้องๆ เดินหน้าลุยไปเลย

    Never hang back. Get out there and go for it.

     

    ความจริงชีวิตก็แค่นี้ จะกลุ้มอะไรนัก

    After all, isn’t that what life is all about?

     

    อืมม!! ฉันก็ว่างั้นแหละ

    I think so too.

     

    ...........Montache.................

    February 06

    ความหมายของคำว่า "เพื่อน"

    ความหมายของคำว่า "เพื่อน" เพื่อนเปรียบเสมือนดวงดาวที่สามารถมองเห็นได้บางเวลา แต่ไม่เคยหายไปไหน ยังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจของ "เพื่อน" ตลอดเวลา
    ความหมายของคำว่า " Friend "
    F = fat ( อ้วน )เพราะความรักที่เพื่อนมีให้เพื่อนเป็นความรักตัวอ้วนๆๆๆๆทนทาน ,อย่างหนา ลมพัดมาก็ไม่หวั่นไหว และต่อให้พายะพัดมาก็ไม่หวั่นไหว ส่วนไขมันที่วิ่งเต้นอยู่ในเส้นเลือดจึงมีปริมาณเทียบได้กับความมั่นคง ที่เพื่อนจะหวังดีต่อกัน
    R = ring (แหวน) ความผูกพันของเพื่อนไม่เป็นเส้นตรงแบบไม้บรรทัด แต่ความผูกพันของเพื่อนเป็นวงกลม แบบวงแหวน ไม่บรรทัดมีจุดสิ้นสุด แต่เพื่อนกันไม่มีวันสิ้นสุด ถ้าเราสร้างเยื่อใยแบบวงกลม ยังไงซะวงก็กลับมาบรรจบกันเหมือนวงเเหวน
    I = ice (น้ำแข็ง)ไม่ได้หมายความว่าจะทำตัวเป็นนำเเข็งละลายได้ง่าย ๆ นะ เพียงแค่เจออากาศร้อง แต่ที่ให้ i แทน ice ก็เพราะว่าเพื่อนควรจะเย็นใส่กันเมื่อมีปัญหาอย่างน้อย.....การหยิบน้ำเเข็งใส่มือเพื่อน ก็ย่อมดีกว่าการเอาแก้วน้ำร้อนไปเทใส่มื่อเพื่อนอยู่แล้วล่ะ ว่ามั้ยค่ะ
    E = eye (ดวงตา) ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ส่งสายตาที่มีความหมายของความห่วงใยไปให้เพื่อนบ้าง
    N = nurse (นางพยาบาล)เป็นพยาบาลคนแรกในคราวที่เพื่อนอกหัก หรือผิดหวังมาแล้วพูดให้เพื่อนฟังว่า....หัวใจไม่เหมือนกับแก้วร้าว เเก้วร้าว...ทางออกทางเดียวคือรอวันแตก แต่ถ้าหัวใจร้าว...มีทางออกหลายทาง อย่างน้อยเวลาก็ช่วยประสาร และ "พยาบาล" คนนี้ ก็จะช่วยรักษาเพื่อนอย่างสุดความสามารถ
    D = dog (สุนัข) เป็นที่รู้จักกันดีว่าสุนัขนั้นเป็นยอดของความซื่อสัตย์และไว้วางใจได้ระหว่างเพื่อนอาจไม่ต้องถึงกับสุนัขประจบเจ้านายแต่ความซื่อสัตย์ต่อความเป็นเพื่อน เพื่อทำให้เพื่อนไว้ใจได้
    ***************บทสรุปส่วนตัวนะค่ะ จากการที่ได้รับสิ่งเหล่านี้จากเพื่อนและก็ได้ให้เค้ากลับ อยากบอกว่า เพื่อน เพื่อน เพื่อน เป็นคำที่มีความหมายตามข้อความที่อยู่ข้างบนนี้จริงๆ ค่ะ แล้วเราจะมีความสุขกับการที่เรามีคนที่เราเรียกว่า *****"เพื่อน"***** สิ่งที่เราได้อีกอย่างหนึ่งก็คือความอิ่มเอมและยั่งยื่นอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป เพราะเค้าคือ "เพื่อน" ของเรา และเราคือ "เพื่อน" ของเค้า**************