Montache's profileWindows Live SpacesPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 06 Thinking..ข้อคิดดีดีAugust 29 สัญญาณความร๊าก... ……………………………สัญญาณความร๊าก... …………………………… 1.เมื่อใดก็ตามที่คุณอยากคุยกับเค้า…แต่ไม่กล้าปริปาก 2.เมื่อใดก็ตามที่คุณอยู่ใกล้ๆเค้าแล้วมีความสุข 3.เมื่อใดก็ตามที่คุณอยากเห็นหน้าเค้าทุกเวลา 4.เมื่อใดก็ตามที่คุณอยากตามเค้าไปทุกหนทุกแห่ง 5.เมื่อใดก็ตามที่คุณแอบมองเค้าเวลาเผลอ 6.เมื่อใดก็ตามที่คุณแอบยิ้มชื่นชมเค้าอยู่ห่างๆ 7.เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่กล้าสบตาเค้าเมื่อเจอกัน….. 8.เมื่อใดก็ตามที่คุณอยากให้เค้ามีความสุข..โดยลืมมองตัวเอง 9.เมื่อใดก็ตามที่คุณใจเต้นรัว..และทำตัวไม่ถูก..เวลาเจอเค้า 10.เมื่อไรก็ตามที่คุณคิดถึงเค้าตลอดเวลา 11.เมื่อไรก็ตามที่คุณเห็นเค้าสนุกสนานอยู่กับคนอื่นแล้วคุณอยากเข้าไปร่วมวงด้วย 12.เมื่อใดก็ตามที่คุณอยากจะดูแลเค้าไปตลอดกาล….. 13.เมื่อใดก็ตามที่คุณรับเค้าได้ในทุกอย่างที่เป็นตัวเค้า..ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงข้อบกพร่องของเค้า 14.เมื่อใดก็ตามที่คุณอยากครอบครองเค้าไว้คนเดียว 15.เมื่อใดก็ตามที่คุณมีกันและกัน..แล้วไม่คิดจะมองหาคนใหม่ที่ดีกว่า ……คุณรักเค้าแล้ว…. เชื่อเถอะ ....
++++++++++++++++++ ว่าไงคร่า มีความรักกันรึเปล่าเอ่ยจร้า August 11 Hold My HandHold My Hand August 02 Love & LoveMay 26 สิ่งธรรมดา คือ สิ่งพิเศษเป็นบทความที่ดี อยากให้อ่านดูนะ Montache
สิ่งธรรมดา คือ สิ่งพิเศษ เรื่อง วนิษา เรซ บางครั้งในชีวิตประจำวัน เรารู้สึกว่ามีหน้าที่หลายอย่างที่เรา 'ต้อง' ทำ ทั้งๆ ที่ขี้เกียจแสนขี้เกียจ หรือเหนื่อยแสนเหนื่อยแล้วจากการทำงาน เช่น การล้างจาน การท่องหนังสือ การจดจ่ออยู่หน้า คอมพิวเตอร์
แถมพ่อแม่หลายท่านในปัจจุบันนอกจากทำงานเหนื่อยแล้ว ยังต้องมานั่งรับส่งลูกเรียนพิเศษ เสาร์อาทิตย์อีก..เวลานั่งรอ บางครั้งก็เหนื่อยจนลืมชื่นใจความเก่งความน่ารักของลูก คำตอบของพวกหนูดี คือ เราต้องการให้จาน สะอาด (แหม ถามอะไรตอบง่ายอย่างนี้ ก็มันชัดเจนอยู่แล้วใช่ไหมคะ)...แต่ท่านบอกว่า ตอบผิดค่ะ ทำไมต้อง 'ล้างจานเพื่อล้างจาน' กว่าหนูดีจะเข้าใจและทำได้ก็ผ่านไปจากนั้นนานแสนนาน และทุกวันนี้หนูดีก็ยังฝึกเป็นประจำ... เคล็ดอยู่ตรงนี้เองค่ะ หากเราล้างจานเพื่อต้องการให้จานสะอาด ก็เหมือนกับ เราโยนทิ้งปัจจุบันแล้วรอให้ความสุขเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปัจจุบันคือความทุกข์ที่ต้องอยู่กับจานสกปรก เราจะมีความสุขก็ต่อเมื่อจานสะอาดแล้ว
ซึ่งหลังจากครั้งแรกพระท่านก็สอนที่สูงขึ้นไปอีกว่า จินตนาการดูสิว่า จาน
ถ้าคิดอย่างนี้ได้ ความสุขเล็กๆ ก็เกิดขึ้นได้ตลอดวัน (การคิดในแง่บวก คิดสิ่งดีๆ) ในการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุข...
หนูดีคิดว่า เราต้อง 'แยกให้ออกระหว่าง...วิถี...และ... เป้าหมาย...ก่อน'
เหมือนเมื่อก่อนหนูดีตั้งเป้าไว้ว่า จะเรียนให้ได้คะแนนดีๆให้ได้เกียรตินิยม...และระหว่างภาคเรียนจะต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหนหนูดีไม่มีหวั่น เพราะเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนมาก... .....พอสอบเสร็จโล่งอกสบายใจ .....ได้เกรดดีๆ ก็ดีใจอยู่แผล็บเดียวเดี๋ยวก็เปิดเทอมอีกแล้ว ......จะเป็นจะตายต่อไปอีกเทอม ......พอมา! ดูจริงๆ แล้วเรียนปริญญาตรีเราจะได้เห็นเกรดตัวเองหลักๆ 8 ครั้ง .....โอ้โห เวลา 4 ปี จะยอมให้ตัวเองมีความสุขใหญ่ๆ แค่ 8 ครั้ง ก็ดูเป็นชีวิตที่เศร้าสร้อยไปหน่อยนะคะ
ดังนั้น การกลับมาปรับ 'วิถี' ให้เรามีสุขขึ้นในระหว่างทาง...กลับทำให้ดัชนีความสุขมวลรวมของชีวิตเราพุ่งสูงขึ้นอีกมาก เมื่อหารเฉลี่ยแล้วทั้งชีวิตเราน่าจะมีความสุขขึ้นอีกมากนะคะ
...เดี๋ยวนี้หนูดีเลยมีกฎใน การใช้ชีวิตว่า 'วิถี คือ เป้าหมาย' พูดง่ายๆ ว่า ...อาจจะดี กว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะเป้าหมายเหล่านั้นไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะตัวหนูดีคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ยังรวมคนอื่นๆ ในสังคมเข้ามาอีกด้วย และไม่รอให้ 'เป้าหมายสำเร็จ' แล้วค่อยเป็นสุข...ไม่มีกฎอะไรกำหนดนี่คะว่าต้องรอ ก็! เลยขอเป็นสุขเรื่อยๆ ดีกว่า ...หนูดีเอามาเขียนเตือนใจตัวเองหน้าหนังสือ 'ขอบคุณสรรพสิ่ง' ที่เขียนก่อนนอนเลยค่ะว่า 'ปาฏิหาริย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ แต่ปาฏิหาริย์ คือ การเดินอยู่บนผืนดินและมีความสุขในทุกย่างก้าว' หนูดีเห็นด้วยอย่างมาก เพราะชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง 'ธรรมดา' เช่น ตื่นมาอาบน้ำ แปรงฟัน ขับรถไปทำงาน กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับมาก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ ใส่ชุดธรรมดาๆ...หน้าตาเราหรือก็ธรรมดาๆ...ใช่ค่ะ เราส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น เลือดขาว หรือสามีเราถูกรถชนตาย หรือเราถูกไล่ออกจากงานที่เราเบื่อแสนเบื่อ ...เรื่องก็จะ 'ไม่ธรรมดา' ไปในทันทีและ ในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความ 'ธรรมดา' จนใจแทบจะขาด...หนูดีไม่ได้พูดเองเออ เองนะคะ แต่เพราะหนูดีอยู่ในอาชีพที่ได้เห็นความพลัดพรากสูญเสียในครอบครัวมาเยอะมาก จนเกิด เป็นกฎประจำใจเลยว่า ให้เรารีบชื่นชมกับความ 'ธรรมดา' ที่เรามีและใช้ชีวิตประหนึ่งว่า สิ่งนั้นคือ สิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาล เพราะสิ่งธรรมดาๆ แท้จริงแล้วคือสิ่งที่พิเศษที่สุดแล้วค่ะ ...วันนี้เราไม่ปวดฟันเลย ขอบคุณฟันที่อยู่อย่างปกติ ...วันนี้ลูกของเรายังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า เรามีความสุขจัง ... หรือแม้แต่ วันนี้รถของเรายังไม่ถูกชน โชคดีจังเลย (เรื่องสุดท้ายนี่หนูดีคิดเป็นประจำเลยค่ะ เพราะในโลกนี้ หนูดีเป็นหนึ่งในคนที่รถชอบโดนชนประจำขนาดขับช้าเหมือนเต่าคลาน ดังนั้น หากวันไหนรถหนูดีอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แค่ได้มองเห็น ก็เป็นสุขแล้วค่ะ) บทเรียนชีวิต … ที่คุณอาจคิดไม่ถึงบทเรียนชีวิต … ที่คุณอาจคิดไม่ถึง
May 19 หมาตัวหนึ่ง ให้คติสอนใจ
เจ้าของร้านขายเนื้อสดคนหนึ่งรู้สึกประหลาดใจที่หมาตัวหนึ่งมาที่ร้าน
April 29 ทุกชีวิตต้องมีการเริ่มต้นทุกชีวิตต้องมีการเริ่มต้น
ทุกชีวิตต้องมีการเริ่มต้น
ทุกชีวิตต้องมีการเริ่มต้น
ทุกชีวิตต้องมีการเริ่มต้น
ทุกชีวิตต้องมีการเริ่มต้น
ทุกชีวิตต้องมีการเริ่มต้น
April 28 คิดถึงเธอทุกที .....( ที่อยู่คนเดียว ) : I am always missing you (when I'm all alone)คิดถึงเธอทุกที .....( ที่อยู่คนเดียว ) I am always missing you....(when I'm all alone) In the evening when the sun is set, I feel my heart nearly stop to beat. The ending line of the sky with a dim sunlight is tearing my heart. I am still worrying about someone who I could never meet. I am always missing you when I’m all alone.
ไม่เคยได้รู้ว่าเธอเป็นไง ข่าวคราวเงียบหายเมื่อจากกัน I have never known your stories since we were apart. Does anyone take my place and be good enough? Have you ever had me in your dream Or you forgot all ? Have you ever missed me when you are alone? Since the day you left, my life’s completely changed. I’m still lonely and feeling sorry, and there’s nothing left only solitude. I’m still thinking to the past when we were together. And today is empty. It makes me really feel lonely and thinking of you. I am extremely missing you when I’m all alone. March 26 ถ้าเราไม่มีหัวใจ.....ถ้าเราไม่มี ถ้าเราไม่มีหัวใจ...เราคงไม่มีชีวิตอยู่...พูดตามหลักนิยายก็คงจะเป็นแบบนี้ ถ้าไม่มีหัวใจ...คงไม่เผลอรักเธอ ถ้าไม่มีหัวใจ...คงไม่ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อใคร ถ้าไม่มีหัวใจ...เราคงไม่ต้องเจ็บปวด ถ้าไม่มีหัวใจ...เราคงไม่ต้องทุกข์ทรมานในทุกเรื่องที่เจอะเจอ ถ้าไม่มีหัวใจ...เราก็คงไม่ต้องจดจำสิ่งใด ๆ ถ้าไม่มีหัวใจ...เราก็คงจะกลายเป็นคนที่ไม่คิดและตอบสนองสิ่งใด และ ถ้าเราไม่มีหัวใจ...เราคงไม่ต้องใช้หัวใจรักตัวเอง แต่ลองมองย้อนกลับนะ จะรู้ว่า..................... ถ้าไม่มีหัวใจ...เราคงเกิดมาเสียดายชาติเกิด...ที่ไม่ได้เกิดมามอบสิ่งดี ๆ ให้ใคร ถ้าไม่มีหัวใจ...เราคงไม่มีโอกาสได้มอบความรักให้ใคร ถ้าไม่มีหัวใจ...เราคงไม่ได้ใช้ใจทำในสิ่งที่เรารัก ถ้าไม่มีหัวใจ...เราคงใช้ใจมองสิ่งสวยงามจากภายในไม่ได้ ถ้าไม่มีหัวใจ...เราจะเอาแรงใจในชีวิตอยู่ต่อได้ยังไง และ ถ้าไม่มีหัวใจ...เราจะเกิดมาเพื่อทำอะไร.......หายใจได้ยังไง... ในเมื่อเราไม่มีแม้กระทั้งหัวใจในการทำอะไร เราโชคดีที่เรามีหัวใจไว้ทำสิ่งดี ๆ นี้แหละรสชาดของชีวิต Montache February 23 Everybody has blue days : ทุกคนก็มีวันเศร้าๆ ด้วยกันทั้งนั้นทุกคนก็มีวันเศร้าๆ ด้วยกันทั้งนั้น Everybody has blue days
วันที่คุณรู้สึกห่อเหี่ยว These are miserable days when you feel lousy,
Lonely... เดียวดาย...
วันที่คุณรู้สึกตัวเล็กกระจ้อย ไม่มีใครเห็นความสำคัญ Days when you feel small and insignificant.
อะไร ๆ มันดูไกลเกินเอื้อมไปหมด When everything seems just out of reach.
วันแย่ๆ ที่คุณรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในห้วงมหาสมุทรแห่งความเศร้า On blue days you feel like you are floating in an ocean of sadness.
พร้อมที่จะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ ไม่รู้ทำไม You are about to burst into tears at any moment and you don’t even know why.
บางทีอาจเป็นเพราะการงานเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม Maybe work is a pain in the butt.
รู้สึกกดดันที่ต้องสวมบทบาทแทนคนอื่นอยู่ร่ำไป You are under major pressure to fill some one else’s shoes.
เจ้านายคอยแต่จับจ้อง Your boss is picking on you,
ทุกคนในออฟฟิศกำลังบีบให้คุณเป็นบ้า ...... and everyone in the office is driving you crazy.
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม คุณปักใจเชื่อแล้วว่าพระผู้เป็นเจ้าต้องไม่ชอบหน้าคุณแน่ๆ Whatever the reason, you’re convinced that someone up there doesn’t like you.
แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีเนี้ย? Oh what to do, what to dooo?
ถ้าคุณเป็นอย่างชาวบ้านเขา คุณก็จะหนีไปหาที่กำบัง คิดว่าเดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเองแหละ Well, if you’re like most people, you’ll hide be hide a flimsy belief that everything will sort itself out.
จากนั้นคุณก็จะใช้ชีวิตที่เหลือเมียงๆ มองๆ รอให้ทุกอย่างมันผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า Then you’ll spend the rest of your life looking over your shoulder, Waiting for everything to go wrong all over again.
ใครจะรู้ อาจมีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่ที่มุมไหนสักมุมหนึ่ง Who knows what fantastic things are in store just around the corner?
ไม่แน่ สุดท้ายคุณอาจจะมีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุขก็ได้นะ Hey, you might end up fabulously rich.
แล้วทำยังไงถึงจะมีความสุข เหมือนได้แช่ในอ่างที่มีฟองสบู่อุ่นๆ อย่างนั้นได้ล่ะ? So how can you find that blissful “just sliding into a hot bubble bath” kind of feeling?
ก่อนอื่น คุณต้องหยุดวิ่งหนี ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาแล้ว First, stop slinking away from all those nagging issues. It’s time to face the music.
เอาล่ะ ! จากนั้นก็ปล่อยตัวตามสบายและหายใจลึกๆ Now, just relax. Take some deep breaths.
ยอมรับความจริงว่า ต้องปล่อยวางเรื่องหนักอกไปซะบ้าง Accept the fact that you’ll have to let go of some emotional baggage.
มีกีฬาสนุกๆ ให้เล่นอีกเยอะแยะ There are games to play,
โยคะก็ดีนะ and yoga,
หรือจะร้องคาราโอเกะ and karaoke,
หรือไม่ก็ออกไปเดินเล่นพักผ่อนสมอง or go for a walk to clear your head.
บางทีคุณอาจเป็นคนผิดก็ได้ ไม่ยากหรอกที่จะพูดว่า “ขอโทษนะ” (ยังไม่สายเกินไปที่จะพูดคำนี้) Maybe you’re actually the one at fault. If that’s the case, be big enough to say you’re sorry (it’s never too late to do this)
หากคนอื่นเป็นฝ่ายผิด ก็จงลุกขึ้นและบอกไปเลยว่า “ทำอย่างนี้ไม่ถูก ฉันจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว!” ลองใช้ไม้แข็งบ้างก็ดี If someone else is doing the wrong thing, stand up tall and say, “That’s not right and I won’t stand for it!” It’s okay to be forceful.
จงภูมิใจในตัวเอง Be proud of who you are,
จงใช้ชีวิตเหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้าย เพราะวันหนึ่งมันต้องมาถึงแน่ๆ Live every day as if it were your last, because one day it will be.
ลองเสี่ยงดูสักตั้ง Take big risks.
อย่ามัวแต่จดๆ จ้องๆ เดินหน้าลุยไปเลย Never hang back. Get out there and go for it.
ความจริงชีวิตก็แค่นี้ จะกลุ้มอะไรนัก After all, isn’t that what life is all about?
อืมม!! ฉันก็ว่างั้นแหละ I think so too.
...........Montache................. February 06 ความหมายของคำว่า "เพื่อน"ความหมายของคำว่า "เพื่อน" เพื่อนเปรียบเสมือนดวงดาวที่สามารถมองเห็นได้บางเวลา แต่ไม่เคยหายไปไหน ยังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจของ "เพื่อน" ตลอดเวลา January 27 ชั่วชีวิตของคนเราชั่วชีวิตของคนเรา
เหมือนกับเราเดินตามหาอะไรบางสิ่งบางอย่าง และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด จนเรายอมสละทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่...เพื่อแลกกับมัน เรารู้ว่าเราจะมีความสุข และอิ่มเอมใจที่ได้ครอบครองมัน หรือได้มันกลับคืนมา... และเราจะถนอมมันไว้กับเรา...ตราบวินาทีสุดท้ายของ....ชีวิต...... Montache January 20 เรื่องเล่าสอนใจ กาแฟ กับถ้วยกาแฟ
ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งของสยามประเทศ บรรดาศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันนี้ แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพ มีชื่อเสียงในวงสังคม ตามวงการต่างๆ มากมาย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และที่กระท่อนกระแท่น ยังดิ้นรนอยู่ในหน้าที่การงานก็เยอะ Montache
January 17 Montache : หนุ่มที่เกิดราศีมังกร ราศีมังกร : หนุ่มที่เกิดระหว่างวันที่ 16 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์
หนุ่มมังกร :จริงจัง ตั้งมั่น บุกบั่นไม่ย่อท้อ ทะเยอทะยาน ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า อยู่ตลอด มีการวางแผน และมุ่งมั่นที่จะไปถึงจุดหมาย
เป็นคนค่อนข้างซีเรียส บ้างาน แถมยังเป็นพวกเก็บอารมณ์เก่งมากๆ แต่ไม่ถึงขั้นเก็บกด เขาไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน มีแนวคิดค่อนไปทางอนุรักษ์นิยม
ให้ความเคารพผู้อาวุโส ติดจะขี้อายหน่อยๆ ด้วยนะ ถ้าคนในใจคุณสาวๆ เกิดราศีมังกรล่ะก็ การันตีความเป็นผู้นำได้เลย แต่คุณอาจจะมองว่า เขาขี้เหนียวนะ
กว่าจะควักกระเป๋าทีก็คิดแล้วคิดอีก จริงๆไม่ใช่ เขาไม่ได้เหนียวหรอก แต่เขารอบคอบที่จะจ่ายเงินมากกว่า ที่สำคัญเป็นคนฟอร์มจัดคนหนึ่งเลยล่ะ แอ๊คเป็นบ้า
แต่เขาก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีก็ได้นะ ถ้าอยากเป็น เคล็ดลับ เขาชอบคนเอาใจ และต้องเข้าใจเขามากๆ ด้วยล่ะ
Montache
January 15 ความรัก…กับพลังในการก้าวหน้า
• ถ้าสังเกตดูดีๆ ผู้ชายจะยอมทิ้งผู้หญิงที่รัก ทิ้งหัวใจ เพื่อสร้างโลก แต่ผู้หญิงจะยอมทิ้งโลก เพื่อผู้ชายที่รัก • อยากให้คนที่รู้สึกแบบนี้ อย่ามองความรักเป็นความเคยชินที่ต้องได้ ลองมองความรักเป็นของขวัญที่วิเศษ เพราะทุกครั้งที่ได้ของขวัญจากใคร หัวใจเราจะเต้นแรง..เช่นกันเมื่อได้รักใคร หัวใจเราก็จะเต้นแรง พอหัวใจเต้นแรง เลือดก็สูบฉีด สมองก็ปลอดโปร่ง แล้วแบบนี้ จะไม่มีแรงก้าวไปข้างหน้าเลยเชียวเหรอ... Montache •
January 03 ของขวัญจากกาลเวลา
ลองจินตนาการว่า มีธนาคารแห่งหนึ่ง เข้าบัญชีให้คุณทุกเช้าเป็นเงิน 86,400 บาท …………….……. ไม่มีการยกยอดคงเหลือไปวันรุ่งขึ้น ทุกตอนเย็นจะลบยอดคงเหลือทั้งหมด ที่คุณไม่ได้ใช้ระหว่างวัน <<<<คุณจะทำอย่างไร?>>>>
แน่นอนที่สุดคุณต้องถอนมาใช้ทุกบาททุกสตางค์ !!! ใช่ไหม !!! …เราทุกคนมีธนาคารอย่างนั้นเหมือนกัน ธนาคารแห่งนี้ชื่อว่า "เวลา” ...มันเข้าบัญชีให้คุณ 86,400 วินาที...
>>>ทุกคืนมันจะถูกล้างบัญชี<<< ถือว่าขาดทุนตามจำนวนที่คุณพลาดโอกาส ที่จะลงทุนในสิ่งดีๆ >>>>><<<<<
...ไม่ให้เบิกเกินบัญชี… ...ในแต่ละวันจะเปิดบัญชีใหม่ให้คุณ...
ถ้าคุณเสียโอกาสที่จะใช้ประโยชน์ในระหว่างวัน …..ผลขาดทุนเป็นของคุณ…. >>>ไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้<<< ไม่มีการถอนของ "วันพรุ่งนี้" มาใช้ได้
คุณต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ด้วยยอดเงินฝากของวันนี้>>><<<ให้ลงทุนจากเงินฝากเหล่านี้ เพื่อได้ผลตอบแทนมาสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อ ...สุขภาพ... ...และความสำเร็จ!… >>>>>นาฬิกากำลังเดิน=====ทำวันนี้ให้ดีที่สุด<<<<<
...จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งปี... ...จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งเดือน... ...จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งสัปดาห์...
...จะรู้ถึงคุณค่าของเวลา หนึ่งชั่วโมง...
ทำทุกขณะที่คุณมีให้มีคุณค่า! ...เพราะคุณใช้มันร่วมกับคนพิเศษบางคน... …..และจำไว้เสมอว่าเวลาไม่คอยใครแม้สักคนเดียว….. === วันนี้เป็นของขวัญ ===
นั่นไงทำไมมันถึงถูกเรียกว่า "Present” Montache
December 24 "ลดบางอย่าง เพื่อ เพิ่มบางสิ่ง""ลดบางอย่าง เพื่อ เพิ่มบางสิ่ง" หากลดบางอย่างให้น้อยลง คุณจะได้บางสิ่งมากขึ้น ลดความโกรธให้น้อยลง คุณจะได้สติกลับมามากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง คุณจะได้เงินเก็บมากขึ้น ลดความคิดที่จะหาคนที่ถูกน้อยลง
ลดการพูดให้น้อยลง คุณจะได้ทำหลายอย่างได้มากขึ้น คิดถึงคนที่คุณรักให้น้อยลง คุณเข้าใจคนที่คุณรักมากขึ้น รักตัวเองให้น้อยลง คนอื่นรักคุณมากขึ้น พูดให้ร้ายคนอื่นให้น้อยลง มีคนพูดถึงคุณในแง่ดีมากขึ้น แสดงความฉลาดให้น้อยลง คุณได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น ออกนอกบ้านให้น้อยลง คุณได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น นอนให้น้อยลง คุณทำหลายอย่างได้มากขึ้น คิดเรื่องเครียดให้น้อยลง คุณยิ้มได้มากขึ้น ลดความอายให้น้อยลง คุณได้ความกล้ามากขึ้น ดูละครให้น้อยลง คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้น คุณวิ่งให้ช้าลง คุณมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น เชื่อให้น้อยลง คุณมองเห็นอะไรได้มากขึ้น ลดทิฐิให้น้อยลง คุณรู้จักอภัยมากขึ้น กระโดดให้น้อยลง คุณเดินได้มั่นคงมากขึ้น กินให้น้อยลง คุณอิ่มได้มากขึ้น ก้มหน้าให้น้อยลง คุณมองเห็นได้ไกลขึ้น พักเหนื่อยให้น้อยลง คุณรู้จักความสบายมากขึ้น เห็นแก่ตัวให้น้อยลง มีคนรอดชีวิตมากขึ้น แบกของหนักให้น้อยลง ชีวิตคุณเบามากขึ้น ทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง คุณโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง คุณได้รับการเอ็นดูมากขึ้น เป่าลมออกให้น้อยลง คุณสูดลมเข้าได้มากขึ้น แอบฟังให้น้อยลง คุณได้ยินอะไรมากขึ้น คุณคิดคำถามให้น้อยลง คุณเห็นคำตอบมากขึ้น ...........แล้วคุณลดอะไรไปบ้างแล้ว............ |
|
|